หุ้น Tencent Music ราคาพุ่ง 11% ในวันแรกที่เปิดตัวในตลาดหุ้นอเมริกา

0
30

รายงานจากนิวยอร์ก – ราคาหุ้นของบริษัท Tencent Music Entertainment Group จากประเทศจีน พุ่งขึ้น 11% หลังเปิดตัวในตลาดหุ้นอเมริกาในวันที่พุธ 12 ธันวาคม เนื่องจากนักลงทุนหนีความผันผวนในตลาดหุ้นมาลงทุนกับหุ้นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมสตรีมมิ่งเพลงที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ราคาหุ้นเปิดตัวในราคา 14.15 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.8% จากราคาที่เคยเสนอขายให้กับบุคคลทั่วไป ทำให้มี Market Cap สูงขึ้นถึง 23 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีราคาไกล้เคียงกับหุ้นของ Spotify Technology ซึ่งเข้ามาร่วมลงทุนกับ Tencent Music ด้วย

ในตอนที่ขายหุ้น IPO บริษัทสามารถระดมทุนมาได้ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ถือว่าเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่อีกครั้งของบริษัทจีนที่เข้าไปเปิดขายหุ้นในอเมริกา ซึ่งยังน้อยกว่าหุ้นของ iQiyi ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งวีดีโอที่ระดมทุนไปได้ 2.4 พันล้านดอลลาร์ ,บริษัท Pinduoduo ที่เคยระดมทุนได้ 1.6 พันล้านเหรียญ และบริษัท NIO Inc. ซึ่งระดมทุนได้ 1.15 พันล้านเหรียญ

การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้เห็นว่าบริษัทได้ผ่านช่วงเวลาอันวุ่นวายที่ทำให้บริษัทชะลอเวลาในการขายหุ้น IPO จนกระทั่งเมือเดือน พฤศจิกายน ตลาดหุ้นอ่อนตัวลงเพราะแรงกดดันจากความขัดแย้งของประเทศจีนและประเทศอเมริกา

สำหรับในภาพรวมของการขายหุ้น IPO ในอเมริกาในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ดีมากนับจากปี ค.ศ.2014 ซึ่งมีบริษัทได้ขายหุ้น IPO ถึง 208 บริษัทเป็นมูลค่ารวมกันได้ 52.7 พันล้านดอลลาร์ ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นจะซบเซาลงในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา

โดยนาย David Ethridge จากบริษัทบัญชี PricewaterhouseCoopers ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “บริษัทที่มีความแข็งแกร่งมักจะระดมทุนจากบุคคลสาธารณะถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่ตลาดมีแรงกดดันและมันก็เป็นโอกาสอันคุ้มค้าสำหรับนักลงทุน”

บริษัท Tencent Music เครมว่ามีผู้ใช้บริการของตนเดือนละมากกว่า 800 ล้านคน มีการเปิดให้บริการฟังเพลงออนไลน์ , คาราโอเกะออนไลน์ , และถ่ายทอดสดออนไลน์ นอกนั้นยังยังเครมอีกด้วยว่าในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ.2018 บริษัทมีเพลงในสารบัญรายชื่อเพลงแล้วมากกว่า 20 ล้านเพลง

กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 3 เท่าภายในช่วงเวลาเพียง 9 เดือนแรกของปี ค.ศ. 2018 ถือเป็นเงินมูลค่า 394 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่บริษัท Spotify ขาดทุน 520 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน

ความแข็งแกร่งทางด้านการเงินของบริษัท Tencent เกิดขึ้นจากโมเดลทางธุรกิจ ซึ่งไม่ได้พึ่งพาการสมัครใช้บริการรายเดือนของลูกค้า เหมือนกับบริษัทอื่นเช่น Spotify และบริษัทผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงอื่นๆ

บริการด้านเพลงออนไลน์ซึ่งประกอบด้วยการสมัครรับข้อมูลเพลง , การดาวโหลดเพลง , มีการลงโฆษณา และเพลงจากผู้ให้บริการรายอื่น มีส่วนร่วมในการทำกำไรมากถึง 30% ในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา

บริการความบันเทิงแบบโซเชียลทางด้านดนตรี ซึ่งมีทั้งการให้เพลงเป็นของขวัญและการสมัครสมาชิกแบบพรีเมี่ยม ถือเป็นตัวทำเงิน 70% ของบริษัท เป็นมูลค่า 1.65 พันล้านดอลลาร์ ในปี ค.ศ.2017

แหล่งที่มา : https://bit.ly/2SHHbBn