กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันร่วมมือกันลดกำลังการผลิตอีกครั้ง

0
22

สำนักข่าวเอพีรายงานจากเวียนนา – ราคาน้ำมันพุ่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในวันศุกร์เพราะผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่รวมไปถึงโอเปก ได้มีการตกลงว่าจะลดกำลังผลิตน้ำมันลง 1.2 ล้านบาเรลต่อวันเพื่อแก้ปัญหาซัพพลายล้นตลาด

หลังจากที่ได้มีการประชุม 2 วัน กลุ่มประเทศส่งออกน้ำมันเช่นซาอุดิอาระเบียและอิรักได้บอกว่าจะลดกำลังการผลิตน้ำมันลง 800,000 บาเรลต่อวัน เป็นเวลา 6 เดือนนับจากเดือนมกราคมปี ค.ศ.2019 เป็นต้นไป แม้ว่าบางประเทศเช่นอิหร่าน ซึ่งกำลังโดนมาตราการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาจะรับการยกเว้นไม่ต้องลดกำลังการผลิต

ความสมดุลจะเกิดขึ้นจากประเทศรัสเซียและกลุ่มประเทศที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มโอเปก ส่วนทางด้านสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่นั้น ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการลดกำลังผลิตครั้งนี้

“นี่คือการก้าวไปข้างหน้าครั้งใหญ่” กล่าวโดย นาย Suhail Mohamed al-Mazrouei ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นประธานจัดงานประชุมโอเปก

ประเทศผู้ผลิตน้ำมันได้รับแรงกดดันให้ลดกำลังผลิตลงเนื่องมากจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างรวดเร็วเมื่อหลายเดือนที่แล้ว โดยราคาน้ำมันร่วงลงมาถึง 25% เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เช่น สหรัฐอเมริกาได้เพิ่มการผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก

การลดกำลังผลิตลงทำให้เกิดการตอบสนองตามที่รัฐมนตรีได้คาดการณ์เอาไว้ โดยราคาน้ำมันเบรนท์ได้พุ่งขึ้นอีก 2.79 ดอลลาร์ต่อบาเรลหรือ 4.7% กลายเป็น 62.85 ดอลลาร์ต่อบาเรล ส่วนราคาน้ำมันในนิวยอร์กมีราคาเพิ่มขึ้น 2.11 ดอลลาร์ หรือ 4.1% ไปอยู่ที่ 53.60 ดอลลาร์ต่อบาเรล

นาง Ann-Louise Hittle รองประธานบริษัทส่งออกน้ำมัน Wood Mackenzie กล่าวว่า การลดกำลังผลิตจะช่วยให้ตลาดน้ำมันในไตรมาสที่สามของปีหน้าให้มีความกระชับตัวมากขึ้น และจะช่วยให้น้ำมันเบรนท์มาราคาถึง 70 ดอลลาร์

เธอยังบอกอีกด้วยว่าประเทศซาอุดิอาระเบียมีเป้าหมายในการคุมราคาน้ำมันในระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันร่วงหรือพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงซึ่งจะส่งผลต่ออุปสงค์และความสามารถของอุตสาหกรรมในการสร้างอุปทาน

ทางด้านนาย Alexander Novak รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัสเซียกล่าวถึงการการเจรจาต่อรองของโอเปกในครั้งนี้ว่า “ค่อนข้างท้าทาย” แต่ก็ยังคิดว่าผลการเจรจาคราวนี้จะช่วยให้ตลาดเข้าสู่สภาวะสมดุล

เขายังกล่าวอีกด้วยว่า “ผมเชื่อว่านี่เป็นการส่งสัญญาณที่ดีสำหรับกลุ่มคนที่มีความข้องใจ ว่าความร่วมมือของพวกเราจะยังคงอยู่และเราจะยังสามารถตอบสนองต่อความท้าทายของตลาดที่พุ่งเข้ามาหาเรา”

การพึ่งพาของ OPEC ต่อประเทศไม่ใช่สมาชิก เช่น รัสเซีย แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่ลดลงของผู้มีอิทธิพลในตลาดน้ำมัน ซึ่งมีอิทธิพลมานานหลายทศวรรษ การเป็นพันธมิตรของโอเปกและรัสเซียจำเป็นต้องเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2016 เพื่อแข่งขันกับอเมริกาซึ่งเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันในช่วงปีที่ผ่านมา บางคนคาดการณ์ว่าในปีนี้อเมริกาจะกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก

การร่วมมือในการลดกำลังการผลิตครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากอบอุ่นจากประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ซึ่งเคยกดดันให้มีการควบคุมการผลิตน้ำมันอย่างเปิดเผย

ส่วนทางด้านประเทศอิหร่านซึ่งเป็นคู่แข่งของซาอุดิอาระเบียในการส่งออกน้ำมัน กำลังเป็นที่ถกเถียงถึงการได้รับข้อยกเว้นในการลดกำลังการผลิตเพราะว่าน้ำมันดิบของพวกเขากำลังโดนการคว่ำบาตรของอเมริกา

โดยนาย Al-Mazrouei นักธุรกิจชื่อดังได้ออกมากล่าวว่าในท้ายที่สุดแล้วอิหร่านจะได้รับการยกเว้น เช่นเดียวกันกับ เวเนซุเอล่าและประเทศลิบยา หมายความว่ามีเปอร์เซนต์ที่พวกเราจะต้องช่วยกันตัดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย

แหล่งข่าว : https://yhoo.it/2zR2v0g