มหาเศรษฐี “JACK MA” กล่าวว่าสงครามการค้ามันโง่เง่าสิ้นดี

0
78

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานข่าวจากฮ่องกงว่า มหาเศรษฐี “แจ็ค หม่า” เกลียดสงครามการค้าระหว่างจีนกับอเมริกา โดยเขาได้ออกมาพูดในงานประชุมที่เซี่ยงไฮ้ซึ่งรัฐบาลจีนเป็นเจ้าภาพในการจัดงานว่า “สงครามการค้าคือสิ่งที่โง่เง่าที่สุดในโลกนี้”

มันเป็นการแสดงความคิดเห็นล่าสุดและพูดออกมาแบบขวานผ่าซากของ “แจ็ค หม่า” ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสูงสุดของอาลีบาบากรุ๊ป ถึงเรื่องความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา โดยโทษว่านี่เป็นต้นเหตุทำให้สัญญาที่เขาเคยบอกว่าจะสร้างตำแหน่งงานใหม่ 1 ล้านตำแหน่งในสหรัฐอเมริกาต้องหงุดชะงักลง

ทั้งอเมริกาและจีนแต่ละฝ่ายต่างก็ได้มีการเพิ่มอัตราภาษีการส่งออกของกันและกันในปีนี้ โดยรัฐบาลสหรัฐได้กล่าวหาจีนว่าขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ และยังบังคับบริษัทของสหรัฐให้ทำการส่งมอบเทคโนโลยีที่มีค่าอีกด้วย ส่วนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เอาแต่บ่นซ้ำๆถึงเรื่องปัญหาการขาดดุลการค้าในประเทศถึง 375 พันล้านดอลลาร์ซึ่งมาจากการค้าขายกับจีน

โดยทาง “แจ็ค หม่า” ได้โต้แย้งว่าเป้าหมายของการค้าขายควรเป็นการส่งเสริมสันติภาพและการสื่อสาร แทนที่จะเป็นการสร้างความขัดแย้ง และการตื่นขึ้นของลัทธิตั้งอัตราภาษีศุลกากรสูงนั้นถูกชี้นำไปในทางที่ผิด เขายังบอกว่า “ไม่มีใครสามารถหยุดการค้าแบบเสรีได้หรอก”

บรรดานักลงทุนคาดหวังว่า กำหนดการประชุมระหว่างประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” และประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ในงานประชุม G20 ที่จะจัดขึ้นที่อาร์เจนตินา จะช่วยสลายแรงกดดันทางการค้าได้

แต่ทาง “แจ็ค หม่า” ก็เตืยนว่าความขัดแย้งระหว่าง 2 มหาอำนาจทางการค้านี้อาจจะยาวนานเป็นทศวรรษเลย เขายังยอมรับด้วยว่ามันส่งผลเสียต่อธุรกิจของอาลีบาบากรุ๊ป ซึ่งได้ผลประโยชน์จากการส่งสินค้าข้ามประเทศ

ในช่วงที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” พึ่งจะชนะการเลือกตั้ง “แจ็ค หม่า”  ได้เข้าไปพูดคุยกับเขาที่นิวยอร์กและบอกว่าจะช่วยสร้างงานให้ชาวอเมริกันโดยจะช่วยให้ธุรกิจเล็กๆในอเมริกาส่งสินค้าเข้าไปขายในประเทศจีนและประเทศอื่นในทวีปเอเชีย แต่ในตอนนี้แผนการนั้นก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

สัญญานี้มาจากรากฐานของการร่วมมือกันแบบฉันมิตรระหว่างจีนกับอเมริกาและความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคีในแบบที่สมเหตุสมผล  แต่สถานการณ์ในปัจจุบันได้ทำลายรากฐานนั้นไปแล้ว โดยหม่าได้บอกกับทางสำนักข่าว Xinhua ของจีนว่า “สัญญานั้นมันเกิดขึ้นไม่ได้แล้ว”

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ค.ศ.2018 จนถึงตอนนี้หุ้นของ อาลีบาบากรุ๊ป ได้มีราคาตกลงกว่า 30%

ขอขอบคุณ
cnn