ไตรมาสที่ 3 ของธนาคาร DBS ลดลงกว่าที่คาด แนวโน้มธุรกิจเงินกู้ดูมืดมน

0
76

รายงานจากประเทศสิงคโปร์ : ธนาคาร “DBS Group Holdings Ltd” ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกู้ยืมเงินรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานถึงผลกำไรในไตรมาสที่ 3 ซึ่งน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้ สืบเนื่องมาจากความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนกับอเมริกาและมาตราการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้เกิดการชะลอตัวของการกู้ยืมเงินในปีหน้า

ความกังวลเรื่องผลกระทบจากความขัดแย้งเรื่องภาษีระหว่างจีนกับอเมริกา ที่มีผลต่อเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการส่งออกของสิงคโปร์และข้อกำหนดที่ส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้มีแนวโน้มที่ดูมึดมนกับธนาคารหลังจากที่พวกเขารายงานผลกำไรของปีที่ผ่านมา

นาย “Piyush Gupta”  ผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอของธนาคาร DBS กล่าวว่า “มีความกลัวและกังวลอย่างมากในเรื่องสงครามการค้า… แต่ในความรู้สึกของพวกเราแล้วสงครามการค้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคอย่างที่ผู้คนกังวล”

“สิ่งที่ควรจะกังวลมากกว่าคือผลกระทบของความเชื่อมั่นในตลาด ซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อมจากสงครามการค้า”

ธนาคาร DBS บอกว่าธนาคารมีกำไรสุทธิ 1 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับของปีที่แล้วซึ่งมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 822 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิโดยเฉลี่ยจากการวิเคราะห์สามรูปแบบอยู่ที่ 1.47 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ธนาคารได้รับเบี้ยเลี้ยงที่สูงขึ้นจากการที่บริษัทผู้ให้บริการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีความอ่อนแอลงในปีที่แล้ว

ทางธนาคารยังได้เปิดเผยถึงผลกำไรที่เพิ่มขึ้นถึง 17% และมีส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยซึ่งเป็นกุญแจหลักในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น 13 จุดจากปีก่อนมาอยู่ที่ 1.86%  ส่วนรายได้ทั้งหมดก็เพิ่มขึ้น 10%  มาอยู่ที่ 3.38 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์

นาย “Piyush Gupta”  คาดว่าในตลอดทั้งปีนี้จะมีการเติบโตของ “สินเชื่อที่ไม่ใช่ทางการค้า” ประมาณ 10-11%  ส่วนปีหน้าจะอยู่ในระดับปานกลางคือ 6-7% “ขึ้นอยู่กับสมมติฐานที่ให้ความไม่แน่นอน เช่นสงครามการค้าและอื่นๆ จำนวนของการลงทุนอาจจะชะลอตัวก็เป็นได้”

เขายังกล่าวเสริมว่า “ธนาคารได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการค้า เนื่องจากมี “ราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจ””

ธนาคาร DBS ซึ่งกินส่วนแบ่งในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยถึง 31% กล่าวว่าจะมีการชะลอตัวของการจำนองมากกว่าที่คาดเอาไว้ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ตัวใหม่ล่าสุด

ในช่วงก่อนที่จะเริ่มการใช้มาตราการใหม่ในปีนี้ ธนาคารเคยคาดว่าจะมียอดรายได้จากสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ แต่หลังจากที่เริ่มมีการใช้มาตราการใหม่จึงมีการปรับลดลงไปที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และในตอนนี้ก็คาดว่าคงจะเหลือแค่ 2.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น

ส่วนค่าธรรมเนียมการลงทุนของธนาคาร DBS ก็ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าเช่นกัน โดยปรับลดลงไป 66% เมื่อเทียบเป็นรายปี

เขาได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อพวกเราอย่างมากคือความเชื่อมั่นในตลาด และมันก็ถูกแสดงอยู่ในรายได้จากค่าธรรมเนียมการลงทุนของเรา”

ขอขอบคุณ
channelnewsasia