หุ้น Apple ร่วงหลังจากรายงานผลกำไร ในไตรมาสที่4

0
57

รายงานผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 ของบริษัท “Apple” ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาพบว่ามีรายได้ที่น่าพอใจเหนือความคาดหมายที่ทาง “Wall Street” ได้คาดการณ์เอาไว้ โดยจะยังคงใช้แผนการเพิ่มราคาเพื่อชดเชยยอดขายที่ชะลอตัว แต่ราคาหุ้นนั้นร่วงลงมาสืบเนื่องจากตัวเลขยอดขายไอโฟนที่ไม่น่าพอใจกับนักลงทุน รวมไปถึงการที่ทางบริษัท “Apple” บอกว่านี่จะเป็นไตรมาสสุดท้ายที่พวกเขาจะรายงานเปิดเผยยอดขายไอโฟนอีกด้วย

ทางบริษัทได้ออกมาบอกว่านับตั้งแต่ในไตรมาสถัดไปทางบริษัทจะไม่รายงานยอดขายของ ไอโฟน , ไอแพด และ Mac แยกออกเป็นสามรายการ แต่จะรวมยอดขายของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมารายงานรวมกันทีเดียว

นาย “Luca Maestri” ซึ่งดำรงตำแหน่งซีเอฟโอได้กล่าวทางโทรศัพท์ว่า เมื่อคุณได้ดูผลประกอบการของในปีที่ผ่านมา เช่น ภายในสามปีที่แล้ว ตัวเลขของยอดขายสินค้าในแต่ละไตรมาสนั้นไม่สามารถเอามาใช้ชี้วัดความแข็งแกร่งของธุรกิจของเรา , ถ้าหากคุณไปดูผลกำไรของเราในรอบสามปี ย้อนไปดูราคาหุ้นในสามปีที่แล้วจะพบว่ามันไม่ได้มีความสัมพันธ์กับตัวเลขยอดขายเลย

สรุปรายได้ของ Apple

ในไตรมาสที่สี่รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ่น 41% ถือเป็นกำไร 2.91 ดอลล่าร์ต่อหุ้น จากยอดขายทั้งหมด 62.9 พันล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วถึง 20% ถือว่ามีการเติบโตของรายได้ติดต่อกันแล้วถึงสามไตรมาส และเป็นไตรมาสที่ 8 ที่สามารถทำยอดขายพุ่งได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะที่นักวิเคราะห์เคยคาดไว้ว่ากำไรต่อหุ้นของไตรมาสนี้จะอยู่ที่ 2.78 ดอลล่าร์ต่อหุ้นเท่านั้น นอกนั้นยังคาดว่าจะมีรายได้จากยอดขายทั้งหมด 61.5 พันล้านเหรียญ

โดยทางบริษัทสามารถจำหน่ายโทรศัพท์ไอโฟนได้เพียง 46.89 ล้านเครื่อง จากที่นักวิเคราะห์ของบริษัท “FactSet” และ “StreetAccount” เคยคาดกันไว้ว่าจะสามารถขายได้ 47.5 ล้านเครื่อง แต่ว่าราคาขายโดยเฉลี่ยนั้นเพิ่มมากขึ้น 28% หรืออยู่ที่ประมาณเครื่องละ 793 ดอลล่าร์

แต่ถึงอย่างนั้นตัวเลขของจำนวนยอดขายโทรศัพท์ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ก็ยังคงสร้างความผิดหวังให้แก่นักลงทุนจนมีการเทขายหุ้นออกไปจนราคาลดลง 6.5% ในช่วงเวลาการเทรดรอบล่าสุด

ขอขอบคุณ
Cnbc , investors