Berkshire ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำกำไรสองเท่า เจ้าตัวซื้อหุ้นคืน 900 ล้านดอลล่าร์

0
126

สำนักข่าวในเมืองนิวยอร์กรายงานข่าวว่า กลุ่มบริษัท “Berkshire Hathaway Inc” ซึ่งบริหารงานโดย มหาเศรษฐี “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ได้เผยรายงานถึงตัวเลขรายได้ออกมาในวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าสามารถทำกำไรได้เกือบสองเท่าตัว จากธุรกิจประกันภัยพายุเฮอร์ริเคนและอัตราการเก็บภาษีที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการลดอัตราภาษีนิติบุคคลของประธานาธิบดี “โดนัล ทรัมป์”

ส่งผลทำให้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มีเงินเพิ่มมากขึ้นโดยเจ้าตัวก็ยอมรับว่าต้องพยายามหาวิธีเอาเงินก้อนนี้ไปทำงาน ก็เลยเอามันไปซื้อหุ้นบริษัทตัวเองเพิ่มอีกเป็นมูลค่าเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสสุดท้ายของปี

ผลกำไรในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่ากลายเป็น 6.88 พันล้านดอลลาร์ จากที่เคยมีกำไร 3.44 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว และก็มากกว่าที่พวกนักวิเคราะห์เคยทำนายไว้ว่าจะได้กำไร 6.11 พันล้านดอลลาร์

ซึ่งช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถลดตัวเลขหนี้สินโดยประมาณที่เกิดจากการจ่ายค่าประกันภัยทรัพย์สินและอุบัติเหตุในปีที่แล้ว รวมไปถึงการได้จ่ายภาษีที่น้อยลง โดยในปีที่แล้วบริษัทต้องขาดทุนจากการต้องจ่ายค่าประกันภัยเพราะมีพายุถล่มอเมริกาถึง 3 ครั้ง และเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเม็กซิโกอีก 1 ครั้ง

โดยในไตรมาสที่ 3 บริษัทสามารถทำรายได้จากการขายประกัน 441 ล้านดอลล่าร์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้วซึ่งขาดทุนไป 1.4 พันล้านดอลลาร์

นาย “Bill Smead” ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท “Smead Capital Management” ในซีแอตเติลและเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ “Berkshire”  ได้กล่าวว่า “นี่คือรายงานผลกำไรประจำไตรมาสที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่มาจากบริษัทในสหรัฐอเมริกา”

หลังจากที่มีการผ่อนปรนทางด้านนโนบายซึ่งเคยเป็นตัวขัดขวางไม่ให้ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ตัดสินใจเอาเงินมาซื้อหุ้นคืน ในที่สุด บริษัท “Berkshire” ก็ได้ซื้อหุ้นคืนเป็นมูลค่า 928 ล้านดอลล่าร์  โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาหุ้น Class A ของ Berkshire ปิดอยู่ที่ 308,411.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น และสามารถให้ผลกำไรตอบแทน 3.6% ต่อปี

ทางด้านนาย “Bill Smead”  กล่าวว่าก็ไม่แปลกเลยที่ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” จะซื้อหุ้นเพิ่ม

“เขาเป็นนักลงทุนแบบเน้นมูลค่าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล และหุ้นของบริษัทเขาก็ถือมีมูลค่าสูงมากที่สุดในโลกและมีมูลค่าที่น่าดึงดูดใจ”

ขอขอบคุณ
channelnewsasia.com