การทำวิจัย และ ขั้นตอนการทำวิจัย อย่างละเอียดชัดเจน ตอนที่ 2

0
74211

ปัจจุบันองค์กรและหน่วยงานต่างๆได้ให้ความสำคัญกับการทำรายงานการวิจัย เพื่อกำหนดให้เป็นสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับพนักงานในองค์กร หรือเป็นการกำหนดเกณฑ์ในการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งเหตุผลสำคัญในการกำหนดให้บุคลากรต้องมีการทำวิจัย ก็เพื่อประโยชน์ในหลายๆประการ ดังนั้นผู้ที่จะต้องทำรายงานการวิจัย จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการและรูปแบบการเขียนรายงานการวิจัยเป็นอย่างดี

รูปแบบการนำเสนอผลการวิจัย

1.ดุษฎีนิพนธ์ หรือ วิทยานิพนธ์ (Dissertation or Thesis) เป็นรายงานการวิจัยที่ต้องจัดทำโดยยึดรูปแบบตามที่สถาบันนั้นๆได้กำหนดไว้ อย่างเคร่งครัด ในกรณีที่เป็นการวิจัยเชิงปริมาณมักจะกำหนดให้ประกอบด้วย 5 บท หากเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ไม่ได้มีการกำหนดจำนวนบท อาจมีมากกว่า 5 บทก็ได้

2.รายงานการวิจัยของหน่วยงาน (Research Report)ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว อาจมี 5 บทเหมือนดุษฎีนิพนธ์หรือวิทยานิพนธ์ หรือมีเพียง 4 บท โดยรวมบทที่ 1 และบทที่ 2 เข้าด้วยกัน ซึ่งจะกลายเป็นหัวข้อ “แนวคิด ทฤษฎี และผลการวิจัยที่เกี่ยวข้อง”

3.บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (Executive Summary) การทำบทสรุปสำหรับผู้บริหาร เป็นการนำเสนอผลการค้นพบของงานวิจัยฉบับนั้นๆ เพื่อให้ผู้บริหารได้อ่านและนำไปพิจารณาใช้ประโยชน์ในการบริหารงาน มีความยาวประมาณ 3-5 หน้าเท่านั้น

4.บทความวิจัย (Research Article) บทความวิจัยเป็นการนำเสนอผลการวิจัยในรูปของบทความเพื่อนำลงในวารสาร การเขียนบทความวิจัยมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการเผยแพร่ผลการวิจัยสู่ผู้อ่านอย่างกว้างขวาง มักมีความยาวตั้งแต่ 8 ถึง 15 หน้า และต้องประกอบด้วยหัวข้อตามที่กำหนดไว้ในวารสารนั้น ๆ

5.บทคัดย่อ (Abstract) บทคัดย่อ ทำหน้าที่รายงานผลการวิจัยเรื่องนั้นๆ อย่างย่อ มักจะปรากฏในตอนหน้าของดุษฎีนิพนธ์หรือวิทยานิพนธ์ หรือรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะนำบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ที่ปรากฏในแต่ละปีมารวมพิมพ์เป็นเล่ม เรียกว่า รวมบทคัดย่อวิทยานิพนธ์/ดุษฎีนิพนธ์ ซึ่งจะเป็นเอกสารช่วยให้ค้นคว้าผลงานวิจัยตามที่ผู้อ่านต้องการ

6.ความย่อ (Synopsis) เป็นบทคัดย่อที่เขียนไว้อย่างสั้นมาก มักจะปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของบทความวิจัย มักจะมีความยาว 4 – 5 บรรทัดเท่านั้น ทำหน้าที่เช่นเดียวกับบทคัดย่อที่ปรากฏในวิทยานิพนธ์ หรือรายงานการวิจัย เพื่อผู้อ่านจะได้ตัดสินใจว่าสมควรอ่านรายละเอียดของบทความนั้น หรือผ่านเลยไป

การทำวิจัย

ส่วนประกอบและวิธีเขียนรายงานการวิจัย

รายงานการวิจัยเชิงปริมาณ

รายงานการวิจัยเชิงปริมาณ ในที่นี้ หมายถึง ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ หรือรายงานการวิจัยของหน่วยงานเนื้อหารวม 5 บท ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

1.ส่วนนำ ประกอบด้วย

  1. ปกนอก (Cover)
  2. ปกในหรือหน้าชื่อเรื่อง (Title Page) เป็นหน้าสำคัญที่สุดของรายงานการวิจัย
  3. บทคัดย่อ เป็นการเขียนที่สรุปความเกี่ยวกับงานวิจัยเรื่องนั้น
  4. Abstract เป็นบทคัดย่อที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ
  5. คำนำ (Preface) เป็นข้อความที่ผู้วิจัยบอกให้ผู้อ่านทราบถึงที่มาหรือมูลเหตุจูงใจให้ทำวิจัยเรื่องนั้น
  6. กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) เป็นข้อความแสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานหรือบุคคลที่มีส่วนช่วยให้ผู้วิจัยทำงานวิจัยได้สำเร็จ
  7. สารบัญ (Table of Contents)
  8. สารบัญตาราง (List of Tables) คือการนำเสนอตารางที่ปรากฏในรายงานการวิจัย
  9. สารบัญภาพ (List of Figures) คือการนำเสนอแผนภูมิ แผนภาพ หรือกราฟ หรือภาพประกอบที่ปรากฏในรายงานการวิจัย

2.ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นส่วนสำคัญที่สุดของรายงานการวิจัย เพราะเป็นส่วนนำเสนอรายละเอียดของการวิจัย มักจะแบ่งออกเป็น 5 บท ได้แก่

บทที่ 1 บทนำ ประกอบด้วย

  1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาที่ทำการวิจัย เป็นการกล่าวถึงภูมิหลังและที่มาของปัญหาที่จะทำการวิจัย
  2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย เขียนนำเสนอเป็นข้อ ๆ
  3. สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)
  4. ขอบเขตของการวิจัย เป็นการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่ต้องการวิจัย  มักนิยมกำหนดขอบเขตไว้ 4 ประเด็น คือ ประชากร เนื้อหาของการวิจัย ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง และระยะเวลาที่ทำการวิจัย
  5. ข้อตกลงเบื้องต้น (ถ้ามี) เป็นการทำความเข้าใจกับผู้อ่านเกี่ยวกับเงื่อนไขบางประการของการทำวิจัย
  6. ข้อจำกัดของการวิจัย (ถ้ามี) เป็นการทำความกระจ่างแก่ผู้อ่านเกี่ยวกับข้อจำกัดของการทำวิจัย
  7. นิยามศัพท์ นิยามคำศัพท์สำคัญที่เกี่ยวข้องในงานวิจัย 8.ประโยชน์ที่(คาดว่าจะ)ได้รับจากการวิจัย เขียนประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (หรือ วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง) เป็นการให้ความกระจ่างกับผู้อ่านเกี่ยวกับเรื่องที่ทำการวิจัย โดยครอบคลุมเนื้อหาต่อไปนี้

  • ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องที่วิจัย
  • ทฤษฎีที่รองรับหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องที่วิจัย
  • แนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องที่วิจัย (ถ้ามี)
  • ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย เป็นรายละเอียดที่จะบอกให้ผู้อ่านทราบว่าผู้วิจัยทำการวิจัยตามขั้นตอนการวิจัยอย่างไร หัวข้อสำคัญที่ควรมีดังนี้

  1. รูปแบบการวิจัย หรือ แบบแผนการวิจัย
  2. ขั้นตอนการวิจัย เสนอรายละเอียดของขั้นตอนการวิจัยโดยอธิบายขั้นตอนเป็นข้อ ๆ
  3. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เขียนเป็นสองย่อหน้า ย่อหน้าแรกระบุประชากรของการวิจัย ย่อหน้าที่สองระบุกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย โดยต้องระบุขนาดของกลุ่มตัวอย่าง และวิธีการที่ใช้ในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
  4. เครื่องมือการวิจัย ระบุเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยทุกอย่าง
  5. การเก็บรวบรวมข้อมูล ระบุวิธีการที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลว่าใช้วิธีการใด และอย่างไร
  6. การวิเคราะห์ข้อมูล ระบุวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1.แบ่งการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็นตอน ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย 2.ในงานวิจัยเชิงพรรณนา ควรนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างด้วย 3.ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละตอน ควรทำดังนี้

  • มีการบรรยายนำก่อนเล็กน้อย
  • มีการแนะนำตารางก่อนการนำเสนอตาราง
  • มีการบรรยายเพื่อตีความหมายของข้อมูลในตาราง

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ มีหัวข้อ 4 หัวข้อและมีแนวทางการเขียนดังนี้

  1. สรุปการวิจัย เป็นการสรุปกิจกรรมการวิจัยทั้งหมด
  2. สรุปผลการวิจัย นำเสนอผลการวิจัยที่ได้จากบทที่ 4 เป็นข้อ ๆ
  3. อภิปรายผล เป็นหัวข้อที่สำคัญที่สุดของบทที่ 5 เพราะเป็นการแสดงภูมิปัญญาของผู้วิจัย
  4. ข้อเสนอแนะ นิยมเขียนโดยแบ่งเป็นสองหัวข้อ คือ (1) ข้อเสนอแนะเพื่อใช้ประโยชน์จากผลการวิจัย (2) ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยต่อไป
  5. ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยสององค์ประกอบหรือหัวข้อ คือ 1. บรรณานุกรม (Bibliography)ต้องเขียนตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนด ในกรณีที่ไม่ได้มีการกำหนดรูปแบบไว้ ควรยึดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง 2. ภาคผนวก (Appendice) การเขียนภาคผนวก อาจทำเป็นภาคผนวกเดียวหรือหลายภาคผนวกก็ได้

งานวิจัยที่เป็นวิทยานิพนธ์หรือดุษฎีนิพนธ์มักจะมีการเสนอประวัติย่อของผู้เขียนต่อท้ายไว้ด้วย  (ร.ศ. ดร.ประพนธ์ เจียรกูล,มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช : ออนไลน์ )

อ่านบทความตอนต่อไป :

การทำวิจัย และ ขั้นตอนการทำวิจัย อย่างระเอียดชัดเจน ตอนที่ 1

การทำวิจัย และ ขั้นตอนการทำวิจัย อย่างระเอียดชัดเจน ตอนที่ 3

 

Related Post

การเขียนบรรณานุกรม (พร้อมตัวอย่าง)... สำหรับโครงสร้างของการเขียนรายงาน บรรณานุกรมเป็นส่วนประกอบที่อยู่ในลำดับท้ายๆ บางครั้งอาจใช้คำว่า อ้างอิง แต่ทั้งสองคำมีลักษณะการเขียนและรูปแบบที่แตกต่...
การเขียนอ้างอิง (พร้อมตัวอย่าง)... การจัดทำรายงานที่ต้องมีการค้นคว้าหาแหล่งข้อมูล เมื่อนำข้อมูลต่างๆเหล่านั้นมาเป็นส่วนประกอบในรายงานเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือแล้ว ต้องมีการเขียนอ้างอิ...
Am pm คืออะไร ? อักษรย่อที่มีความสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มีอยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อเห็นสัญลักษณ์หรืออักษรต่อเหล่านั้น ก็จะทำให้เข้าใจได้เป็น...
ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี คืออะไร?... การหักลดหย่อนภาษี คือ? การหักลดหย่อน หมายถึง รายการต่างๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้...
พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หมายถึง ?... พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หมายถึง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายไทย ประเภท พระราชบัญญัติ ตราโดย สภานิติบัญญัติแ...
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ คืออะไร ?... คำว่า พ.ร.บ. หมายถึง พระราชบัญญัติ หรือกฎหมายที่ใช้บังคับเพื่อเป็นการวางระเบียบให้ถือปฏิบัติ เช่น พ.ร.บ. รถยนต์ที่มีทั้งการประกันภัยรถภาคบังคับโดยกฎหม...
พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร ?... คำว่า “พ.ร.บ.” ย่อมาจากพระราชบัญญัติ ส่วน พ.ร.บ. รถยนต์ คือ การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นกฎหมายที่บังคับให...
พ.ร.บ. หมายถึง (ACT) พ.ร.บ. หรือ พระราชบัญญัติ หมายถึง กฎหมายที่ใช้บังคับเพื่อเป็นการวางระเบียบให้ถือปฏิบัติอยู่เป็นประจำ ถือเป็นการวางระเบียบบังคับความประพฤติของตัวบุคคลร...