การจัดการความรู้ (Knowledge Management) ?

0
2820
banner_im2market

การจัดการความรู้ (Knowledge Management) หรือ KM คือการสร้าง การจัดระเบียบ หรือการรวบรวมและแลกเปลี่ยนประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร เช่นความรู้จากตัวบุคคล ความรู้หรือข้อมูลจากเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์และเกิดการเรียนรู้ภายในองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขัน รูปแบบการจัดการความรู้จึงเปรียบเสมือนกลยุทธ์สู่ความสำเร็จขององค์กร

ความหมายของการจัดการ

  • พจนานุกรมฉบับพระราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายว่า “ การจัดการ หมายถึง การสั่งงาน ควบคุมงาน ดำเนินงาน ”
  • เดรค เฟรช และ ฮีทเตอร์ สวาร์ด (Derak French and Heather Saward)  ได้ให้ความหมายว่า  “ การจัดการ หมายถึง  กระบวนการ กิจกรรมหรือการศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในอันที่จะเชื่อมั่นได้ว่า กิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินไปในแนวทางที่จะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ”
  • อองรี ฟาโยล์ (Fayol, 1949) ได้กล่าวถึง “ การจัดการว่าเป็นกระบวนการที่ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ 5 ขั้นตอน คือ การวางแผน การจัดองค์กร การบังคับบัญชา การประสานงาน และการควบคุม ”
  • พยอม วงศ์สารศรี ได้ให้คำจำกัดความ “ การจัดการเป็นศิลปะของการใช้บุคคลอื่นทำงานให้แก่องค์การ โดยการตอบสนองความต้องการ ความคาดหวัง และจัดโอกาสให้เขาเหล่านั้นมีความเจริญก้าวหน้าในการทำงาน ”สรุป ความหมาย  ของ  “ การจัดการ หมายถึง กระบวนการ กิจกรรมหรือการศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ที่จะเชื่อได้ว่า กิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินไปในแนวทางที่จะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ด้วยความพยายามร่วมกันของกลุ่มบุคคลซึ่งมีผู้จัดการเป็นผู้บังคับบัญชาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ”

หลักสำคัญของการจัดการความรู้

หลักสำคัญของการจัดการความรู้ ก็คือการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวคนภายในองค์กรมาจัดเป็นกระบวนการในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 3 ประการไปพร้อมๆกัน ได้แก่

  1. เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของงาน
  2. เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาคน
  3. เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

กระบวนการในการจัดการ

กระบวนการในการจัดการต้องมีองค์ประกอบ เพื่อให้การจัดการบรรลุผลตามที่องค์กรได้คาดหวังไว้ โดยองค์ประกอบจะมีทั้งหมด 5 องค์ประกอบ  ดังนี้

  1. การวางแผน (Planning) เป็นการกำหนดแนวทางและขอบเขต เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการ
  2. การจัดองค์กร (Organization) เพื่อความเป็นระเบียบของการทำงานภายในองค์กร
  3. การบังคับบัญชา (Commanding)  การดูแลและสั่งการของผู้บังคับบัญชาต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
  4. การประสานงาน (Co-ordinating) การจัดสรรทรัพยากรบุคคลให้ลงตัวกับตำแหน่ง และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมีน้ำใจและความสามัคคี
  5. การควบคุม (Controlling) เพื่อดูแล  แก้ไขงานและประเมินตามแผนงานให้ได้ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

รูปแบบหรือกระบวนการจัดการความรู้

  1. การบ่งชี้ความรู้ องค์กรทุกองค์กรต้องมีเป้าหมายในการดำเนินงาน การทำธุรกิจก็เช่นกันและเพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย จึงจำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่าในองค์กรของเรามีความรู้อะไร เป็นความรู้ลักษณะใด อยู่ที่ใคร เป็นต้น
  2. การแสวงหาความรู้ เป็นการสร้างความรู้ขึ้นมาใหม่หรือแสวงหาความรู้ทั้งจากภายนอก และที่มีอยู่แล้วภายในองค์กร
  3. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ เป็นการจัดวางโครงสร้างความรู้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนำความรู้มาใช้อย่างเป็นระบบ
  4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เป็นการปรับปรุงเนื้อหาความรู้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
  5. การเข้าถึงความรู้ คือขั้นตอนที่ทำให้เข้าถึงความรู้ได้ง่าย เช่น การประชาสัมพันธ์
  6. การแบ่งปันความรู้ เช่น ทำเป็นเอกสาร หรือจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้
  7. การเรียนรู้ เช่น การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆ

ความสำคัญของการการจัดการ

  • สามารถวัดและประเมินผลได้
  • สามารถทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้น
  • เพื่อให้สามารถจัดสรรทรัพยากรขององค์กรได้อย่างเหมาะสมและเป็นระเบียบ
  • เพื่อฝึกการทำงานอย่างเป็นระบบและเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด
  • เพื่อองค์กรธุรกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น องค์กรขยายใหญ่ มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันสูง

รูปแบบการจัดการความรู้ คือกลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจ เพราะการจัดการความรู้หรือการประมวลผลข้อมูลความรู้จากบุคคลภายในองค์กร จากความคิดและประสบการณ์ของบุคคล มาจัดวางไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์หรือปรับใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร สำหรับการทำธุรกิจ การจัดการความรู้ เปรียบเหมือนเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ได้เร็วขึ้น

บทบาทหน้าที่ของผู้จัดการ

ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น ทำหน้าที่ผู้นำ การเป็นผู้บังคับบัญชามีบทบาทด้านการสื่อสาร เช่น การทำหน้าที่กำกับดูแล และมีบทบาทในการตัดสินใจ เช่น การแก้ไขปัญหา การจัดสรรทรัพยากรในองค์กร และมีบทบาทในฐานะนักเจรจาต่อรอง เป็นต้น

ผู้จัดการที่ดี  

การที่จะเป็นผู้จัดการที่ดีที่จะทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องอาศัยคุณสมบัติ ดังนี้

  1. มีความรู้ความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของการบริหาร
  2. มีภาวะผู้นำ สามารถควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาได้
  3. มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สามารถควบคุมอารมณ์ได้
  4. มีความคิดสร้างสรรค์ ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ
  5. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีความเป็นกันเองแต่อยู่บนความพอดี